DTF DFT กับDTG แตกต่างกันอย่างไร ??? 
DFT ( Digital Film Transfer) 
DTF ( Direct to Film )
DTF DFT 2 อย่างนี้เหมือนกันแต่ละร้านเรียกไม่เหมือนกัน คือระบบพิมพ์ฟิล์มและนำไปรีดบนผ้ารองรับทุกชนิดผ้าทุกสีลักษณะงานจะเป็นยางคล้ายบ๊อกสกรีน คล้ายงานเฟล็ก แต่มีความบางและทนกว่างานเฟล็ก ให้ตัวหยึดหยุ่นกว่าและที่สำคัญไม่ต้องตัด จึงทำงานได้ง่ายกว่าและก็สามารถพิมพ์งานแบบม้วนได้จึงทำแบบอุตสาหกรรมได้โดยมีตั้งเริ่มต้นหลักหมื่นจนถึงหลักล้าน 
ขั้นตอนในการทำคือ 
1.พิมพ์ฟิล์ม 
2.โรยกาว 
3.ตีกาว 
4.อบ 
นำไปรีด รองรับการทำแบบแผ่นและแบบม้วนทำงานต่อเนื่องได้ด้วยเครื่องโรยกาวอบอัตโนมัติ หรือจะทำเองได้หากงานไม่เยอะ สิ่งที่ต้องมีอย่างน้อยคือ เครื่องพิมพ์และเครื่องรีดร้อนก็สามารถทำงานได้แล้ว อย่างอื่นจะเป็นอุปกรณ์เสริมให้ทำงานง่ายขึ้น  เช่นถ้าใช้เครื่องเล็กเตาอบฟิล์ฒ  เครื่องโรยกาวอบอัตโนมัติ นิยมใช้กับเครื่อง 2 หัวพิมพ์ขึ้นไป หรือใชกับ 1 หัวพิมพ์แบบต้องการพิมพืงานยาวๆ  โดยเครื่องจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 
1.เครื่องแปลง นำเครื่องเอปสันมาแปลงเช่น Epson L805 L1800 / L8050 / L18050 จะเป็นแบบ 1 หัวพิมพ์จะพิมพ์ช้าและมีโอากาสเสียมากกว่าเครื่องเฉพาะทาง แต่ด้วยราคาที่ต่ำกว่าเครื่องเฉพาะทางเยอะทำให้มีผู้ใช้แบบนี้เยอะมากเพื่อเริ้มต้นธุรกิจ ไม่เหมาะกับการหยุดใช้งานนานๆหรือบ่อยๆ และงานไม่เยอะ ถ้าไม่ค่อยได้ใช้งานมีโอกาสเสียมากกว่าเครื่องเฉพาะทาง โดยจะสั่งผ่านโปรแกรม Rip9 - 11 L8050 L1800 จะรองรับตั้งแต่เวอร์ชั่น 9 ถ้าเป็นรุ่น Epson L8050 L18050 

1.1 จะเป็นแบบกึ่งเครื่องแปลงกึ่งเครื่องเฉพาะทาง คือนำเครื่องเอปสันมาทำโครงใหม่ หรือทำโครงใหม่แต่ใช้อะไหล่ที่มีมาตรฐานน้อยกว่าเครื่องเฉพาะทางที่ใช้อะไหล่ขนาดใหญ่ของเครื่องหน้ากว้างมาทำ แต่เครื่องแบบนี้ขนาดจะเล็กกว่าราคาสูงกว่าเครื่องเอปสันมาแปลงแบบเดิม แต่ก็มีโอกาสเสียของกลไกมากกว่า บางยี่ห้อก็อาจจะเสียยาก อยู่ที่โรงงานในการผลิต ส่วนทางร้านไม่นำเครื่องแบบนี้มาขาย จะมีแค่ 1 รุ่น จะเป็นแบบ 1 หัวพิมพ DX 11 ราคาจะอยู่ตรงกลางระหว่างเครื่องแปลงและเครื่องเฉพาะทาง 


2.เครื่องเฉพาะทาง  ที่ออกแบบมาเพื่อระบบ DTF DFT โดยเฉพาะ ส่วนมากจะเริ่มจาก 2 หัวพิมพ์ แยกหัวสี เครื่องจะใหญ่ เพราะอะไหล่ที่ใช้จะเป็นแบบเครื่องหน้ากว้างเครื่องพิมพ์ไวนิล  เครื่องแบบนี้จะเสียยาก อะไหล่มาตรฐานสูง อะไหล่หาง่ายเพราะใช้แบบเดียวกับเครื่องร้านป้ายที่มีขายมานาน เครื่องเหมือนกันต่างกันแค่ความกว้างของเครื่อง หากทำงานแบบจริงจัง และมีงบในการลงทุนสูงเครื่องแบบนี้จะดีที่สุด โดยจะมีหัวพิมพ์ที่นิยมใช้คือ 
2.1  Epson dx11 รองรับงานในระดับหนึ่ง พิมพ์เร็มกว่าเครื่องแปลงเยอะ มีโอกาสเสียยากกว่าหัวพิมพ์เครื่องแปลง แต่เสียง่ายพิมพ์ช้ากว่า i3200 แต่ราคาหัวก็ไม่ถึงหลักหมื่น ราคาเครื่องก็ถูกกว่า i3200 เนื่องจากหัวพิมพ์แพงกว่า 
2.2 Espon i1600 เป็นหัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างระหว่าง Dx11 และ i3200 คือมีจำนวนหัวพิมพ์ครึ่งหนึ่งของ i3200 เสียยากกว่า Dx11  แต่พิมพ์ช้ากว่า i3200 ประมาณเท่าตัว แต่ราคาหัวและเครื่องถูกกว่า i3200  ถ้ามีงบประมาณงานเยอะ เนะนำ i3200 จะจบสุด ราคาหัวพิมพ์ประมาณ 2 หมื่นบวกลบ แต่จะกว่า i3200 เยอะ
2.3 Epson i3200 เป็นหัวที่ดีที่สุดและทนที่สุด ณ ตอนนี้ ดีกว่าในทุกๆด้าน ทั้งความเร็วและเสียยาก นิ่ง ราคาประมาณ 3-4 หมื่น เครื่องจะแพงกว่าชนิดอื่นๆเพราะหัวพิมพ์แพง หากงานหนัก งบลงทุนสูงก็แนะนำอันนี้ 

ระบบ DTG ( Direct to Garment ) คือระบบพิมพ์ตรงลงเสื้อ  เลยจะติดทนสุดในเสื้อคอตตอล 100% เสื้อที่คอตอล ผสมเยอะก็สามารถทำได้  ในรุ่นใหม่ก็จะมีน้ำยาปรับสภาพผ้าที่รองรับผ้าที่เป็นใยสังเคราะห์ด้วย แต่ก็นิยมใช้ DTF ทำเพราะรุ่นใหม่จะทำได้ทั้ง 2 ระบบ  ทั้ง DTG DFT DFT ข้อเสียคือต้องทำที่ละตัวหรือทำทีละชิ้นงาน ทำให้ทำงานยากกว่า DTF ที่รองรับแบบม้วนทำงานต่อเนื่องได้ ขั้นตอนในการทำคือ
1.ฉีดน้ำยาปรับสภาพผ้า
2.อบ
3.พิมพ์
4.อบ
งานจะสวยหรือไม่ก็อยู่ที่การฉีดน้ำยาปรับสภาพผ้าด้วย ส่วนตัวเครื่องก็จะเหมือน DTF DFT เลยมีเครื่องแปลง และเครื่องเฉพาะทาง ราคาก็จะสูงกว่า DTF DFT เพราะต้องมีฐานใส่เสื้อเพิ่มขึ้นมา DTG นอกจาเครื่องจีนแล้วยังมีเครื่องแบนแนมอย่าง Epson และ Brother ที่ผลิตออกมาขายคุณภาพของงานนุ่มใส่สบายเป็นเกรดระดับพรีเมี่ยม 

บทความนี้เขียนโดย Itprint
การตีความหมายของ DTF DFT DTG อาจะแตกต่างกันไปเล้กน้อยเขียนเพื่อให้คำแนะนำเบื้องต้น
พบการละเมิดแจ้งได้ที่   This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.